Facebook Page

Follow Instagram

justletmego2018@gmail.com

Advertising

สาว ๆ ออฟฟิศที่อยากพาแฟนไป เที่ยวต่างประเทศ แต่เบื่อประเทศที่ไปง่าย ใคร ๆ ก็ไปกัน อยากหาความตื่นเต้น ท้าทาย พบเจออะไรใหม่ ๆ ลองเปิดประสบการณ์ของคุณไปเที่ยวประเทศที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายกันดูค่ะ แต่แนะนำว่าไปกับทัวร์จะดีกว่านะ ไม่แน่ ประเทศอันตราย เหล่านี้อาจจะมีอะไรที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ก็เป็นได้ มาดูกันค่ะว่ามีประเทศอะไรบ้าง   1. ประเทศอียิปต์ (Egypt) ดินแดนไอยคุปต์แห่งลุ่มแม่น้ำไนล์ เต็มไปด้วยอารยธรรมโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จุดเด่นที่น่าสนใจก็คือ ปิรามิด และสฟิงซ์ที่เมือง Giza, ปิรามิดขั้นบันไดสุดยิ่งใหญ่อลังการที่ Saqqara, ชมแม่น้ำไนล์ในจุดที่สวยที่สุดที่เมือง Aswan แม้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเริ่มสงบลงแล้ว แต่ก็มีข่าวโจรขโมยของอยู่เรื่อย ๆ ยังติดอันดับประเทศอันตรายสำหรับการท่องเที่ยวคนเดียวหรือเป็นกลุ่มเล็ก ๆ จุดอันตรายจะอยู่ในกรุงไคโร ทางที่ดีไป ทัวร์อียิปต์ เป็นหมู่คณะ มีสติ ระมัดระวังตัว แต่งกายให้มิดชิด อย่าไปไหนมาไหนคนเดียว อย่าเดินตามคนแปลกหน้า เท่านี้ก็เที่ยวอียิปต์ได้อย่างปลอดภัยแล้วล่ะค่ะ   2. ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) ประเทศอันตราย ที่ขึ้นชื่อเรื่องก่อการร้าย รวมถึงการฉกชิงวิ่งราว เนื่องจากความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ยังมีมากในสังคมฟิลิปปินส์ อยากบอกว่าในเมืองใหญ่ ๆ อย่างมะนิลานี่ไม่น่าเที่ยวเท่าไหร่ รวมถึงเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นจุดอันตรายมีเหตุก่อการร้ายบ่อย ๆ ควรหลีกเลี่ยง ต่างจากนอกเมืองอย่างมากาติ หรือเซบู, โบราไคย์ ที่ค่อนข้างจะปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว แถมยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจ แต่ก็อย่าประมาทนะคะ ทางที่ดีไม่ควรไปไหนมาไหนคนเดียว หรือเดินในที่เปลี่ยว ๆ และไม่ควรใส่ของมีค่าหรือเล่นโทรศัพท์มือถือแบบไม่สนใจใคร คุณก็จะปลอดภัยค่ะ   3. ประเทศอินเดีย (India) สำหรับหลายคนที่ชอบ เที่ยวต่างประเทศ น่าจะมีน้อยคนที่มีประเทศอินเดียอยู่ในลิสต์ที่เที่ยว เนื่องจากเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศอันตรายอยู่เหมือนกัน ไหนจะสภาพบ้านเมืองที่ไม่ค่อยจะสะอาด ไหนจะขอทานที่ชุมกว่ายุง ฯลฯ ซึ่งถ้าคุณอยากไปสัมผัสความสวยงามของสถาปัตยกรรม และสีสันแห่งชีวิตที่เป็นจุดเด่น การไปเที่ยวอินเดียก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย แต่อาจจะต้องทำใจกับเรื่องความสะอาดสักหน่อย และต้องทำใจกับการโดนลวนลามทางสายตา เพราะต่อให้คุณแต่งตัวมิดชิดแค่ไหน ผู้ชายอินเดียเห็นว่าเราเป็นต่างชาติก็จะมองไม่หยุด แต่ถ้าไป ทัวร์อินเดีย กับแฟนก็อุ่นใจไปเปลาะหนึ่ง และจุดอันตรายคือที่ที่มีขอทาน เพราะฉะนั้นห้ามให้เงินขอทานเด็ดขาด! เท่านี้ก็เที่ยวอินเดียได้อย่างสบายใจแล้ว 4. ประเทศบราซิล (Brazil) อีกหนึ่ง ประเทศอันตราย ที่ขึ้นชื่อเรื่องฉกชิงวิ่งราวแบบน่ากลัวสุด ๆ แม้แต่ในย่านที่เจริญแล้วที่มีคนเยอะ ๆ อย่าง เซาเปาโล ริโอเดอจาเนโร โอ้วมายก๊อด…ถ้าอยากไปเที่ยวบราซิลจริงๆ ควรไปกับทัวร์เท่านั้นค่ะ เวลาเดินริมถนนห้ามเดินแตกกลุ่มออกมา ให้ระวังพวกเด็กวัยรุ่นชาวท้องถิ่น ถ้ามีแววว่าคนพวกนั้นจะเดินเข้ามาใกล้ ให้รีบเดินไปหากรุ๊ปทัวร์โดยด่วน และสิ่งสำคัญที่ห้ามทำเวลาไปเที่ยวบราซิลก็คือห้ามใส่เครื่องประดับเด็ดขาด! โดยเฉพาะสร้อยคอ ห้ามใส่หูฟัง และห้ามหยิบโทรศัพท์ออกมาเดินกดในที่สาธารณะ แม้แต่เวลานั่งในรถบัส หากคุณนั่งติดหน้าต่าง เวลาที่รถจอดติดไฟแดง ถ้าปิดกระจกได้ให้ปิด เพราะโจรอาจอาศัยช่วงเวลารถติดที่คุณกำลังเผลอยื่นมือเข้ามาฉกทรัพย์คุณก็เป็นได้   5. ประเทศแอฟริกา (South Africa) สมัยก่อนประเทศแอฟริกาใต้ขึ้นว่าว่าเป็นประเทศอันตรายมากประเทศหนึ่ง เนื่องจากขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการข่มขืนมากที่สุดในโลก ซึ่งส่วนมากจุดอันตรายเหล่านี้จะเกิดขึ้นในเขตที่ประชาชนมีความยากจน ปัจจุบันทางรัฐบาลได้จัดหน่วยรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ แถมเมืองใหญ่ๆ ที่เจริญแล้วก็ขยายตัวขึ้น ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดแล้วค่ะ ใครที่ชอบธรรมชาติ ชอบสัตว์ป่าซาฟารีซึ่งเป็นจุดเด่นของประเทศนี้ ซื้อ ทัวร์แอฟริกา ไปเที่ยวกันดูนะคะ   6. ประเทศยูเครน (Ukraine) จะว่าไปประเทศยูเครนเป็นประเทศที่มีจุดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรม ซึ่งสวยมากประเทศหนึ่งเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นที่ เมืองเคียฟ หรือลวีฟ โดยในอดีตยูเครนอยู่ในกลุ่มสหภาพโซเวียต แต่ปัจจุบันแยกออกมาอยู่ในสหภาพยุโรป แต่ด้วยการเมืองที่ยังไม่ค่อยนิ่ง มีการแบ่งกันออกเป็นสองฝ่าย เลยทำให้เกิดการชุมนุมอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งอาจเกิดเป็นสงครามย่อม ๆ

เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - พ.ย.) ใบไม้ส่วนใหญ่จะเริ่มเปลี่ยนสี จากสีเขียวเป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก่อนที่จะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ใบของต้นไม้บางชนิดจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก่อนจะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ทำให้ธรรมชาติในยามนั้นงดงามด้วยสีสันสดใส เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงที่อุณหภูมิตอนเช้าลดลงถึงระดับ 6 - 7 องศาเซลเซียส ต้นไม้จะเริ่มเตรียมตัวรับมือกับหน้าหนาวที่จะมาถึงด้วยการผลัดใบ เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่ทำให้เกิดวิวสวย ๆ ประจำฤดูใบไม้ร่วงอย่างใบไม้เปลี่ยนสี   1. สะพานแขวนมาจังโฮซู ประเทศเกาหลีใต้ ทริปชมใบไม้เปลี่ยนสีเปิดประเดิมที่แรก จูงมือคนรู้ใจไปเที่ยวเกาหลีกันที่ สะพานแขวนมาจังโฮซู (Suspension Bridge of Majanghosu) ที่เที่ยวใหม่ที่กำลังฮิตเลย เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในประเทศเกาหลี ด้วยระยะทาง 220 เมตร ทอดยาวสุดสายตา ท่ามกลางสายน้ำ ภูเขา และต้นไม้ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าพาคนรู้ใจไปท่องเที่ยว จุดสวยที่สุดคงต้องยกให้เป็นบริเวณสะพาน โดยปกติใบไม้เปลี่ยนสีที่เกาหลีจะอยู่ในช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายน แล้วแต่สภาพอากาศ   2. เกาะนามิ ประเทศเกาหลีใต้ ชวนไปสัมผัสความโรแมนติกกับที่เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีในเกาหลีกันต่อบน เกาะนามิ (Nami Island) ที่โด่งดังจาก ซีรี่ย์เกาหลี เรื่องดัง “Winter Love Song” ตั้งอยู่จังหวัดคังวอนโด ไม่ไกลจากกรุงโซล เป็นเกาะเล็กๆ รูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวบรรยากาศสุดโรแมนติกกลางแม่น้ำฮันใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีย์ดังหลายเรื่อง โดดเด่นด้วยใบแป๊ะก๊วยสีเหลืองอร่าม รวมถึงต้นสนและต้นเกาลัดเรียงรายเป็นทางเดิน ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็สวย โดยเฉพาะเมื่อช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีก็ยิ่งสวยเป็นพิเศษ ควงแขนกันมาเดินเล่นชิลล์ๆ ขอบอกว่าดีงามมาก ๆ การเดินทาง : ขึ้นรถบัสประจำทางสาย Nami Island Suttle Bus ที่สถานี Insa-dong หรือ Namdaemun เลือกลงสถานี Gapyeong Station นั่งเรือข้ามฟากถึงเกาะนามิเลย   3. อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน ประเทศเกาหลีใต้ ถ้ามาเที่ยวเกาหลีแล้วไม่ควรพลาดที่นี่ เพราะเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปยอดฮิตและชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุดในเกาหลีใต้ กับพิกัด อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (Seoraksan National Park) ภูเขางามแห่งเมืองซกโซ จังหวัดคังวอนโด พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติซึ่งมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ จนได้รับฉายาว่านี้คือ สวิตเซอร์แลนด์แห่งเกาหลี ส่วนใหญ่ผู้คนที่เดินทางมาเที่ยวจะมาเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสีโดยเฉพาะ แนะนำให้มาเที่ยวช่วงเดือนตุลาคม จะเป็นช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุด และในช่วงเดือนพฤศจิกายนใบไม้ก็จะเริ่มร่วงหล่นแล้ว มาถึงอุทยานแห่งชาติซอรัคซานทั้งที ต้องไปนั่ง ซอรัคเคเบิ้ลคาร์ (Seorak Cable Car) รับลมเย็นๆ พร้อมชมวิวทิวทัศน์บนยอดเขาแบบ 360 องศา โดยกระเช้าเคเบิ้ลคาร์จะเปิดให้บริการเวลา 09.00 – 18.00 น. แต่ยังไงก็ต้องเช็คสภาพอากาศก่อนไปด้วยนะ ค่าบริการราวๆ 10,000 วอน การเดินทาง : ขึ้นรถบัสที่สถานี Dong Seoul Bus Terminal (รถไฟใต้ดินสาย 2 สีเขียว ลงสถานี Gangbyeon) ไปลงยังสถานี Sokcho Intercity Bus Terminal แล้วโดยสารรถเมล์สาย 7 หรือ 7-1 ลงที่ป้ายสุดท้าย Seoraksan Sogongwon   4. เมืองโอบาระ ประเทศญี่ปุ่น เต็มอิ่มกับเกาหลีแล้ว มาเก็บพิกัดที่เที่ยวฤดูใบไม้เปลี่ยนสีใน เมืองโอบาระ

8 Coolest Passports In The World พาสปอร์ต (Passport) หรือ หนังสือเดินทาง เป็นเอกสารสำคัญที่จะแสดงรายละเอียดของบุคคลที่จะเดินทางไปต่างประเทศต่างๆ โดยลักษณะทั่วไปของพาสปอร์ตที่เราเห็นกันเป็นประจำนั้นก็จะเป็น หนังสือเล่มเล็ก มีสีแตกต่างกันตามแต่ละประเทศ Travel.mthai เลยจัด 8 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก! มาให้ได้ชมกัน แต่ละประเทศนันดึงจุดเด่นหรือไฮไลท์มาใส่ไว้ในหนังสือเดินทาง บอกเลยว่าสวยงามมากๆ ใครชอบประเทศไหนกันบ้าง?   พาสปอร์ตประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) ได้ฉายาว่า เกาะมรกตแห่งยุโรป (the Emerald Isle) ภายในเล่มพาสปอร์ตจะเป็นสีเขียวฟ้าสว่าง จะประกอบไปด้วยรูปภาพภูมิประเทศ กีฬาประจำชาติ อักษรรูนสมัยเก่าแก่ บทกลอนสั้นๆ และตัวโน้ต ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแสดงออกถึงความเป็นไอร์ริช ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และความโดดเด่นในเรื่องของดนตรีและการเต้นรำ อีกริมหน้ากระดาษแต่ละหน้าก็ตกแต่งด้วยรูปแผ่นจารึก เมื่องอให้ภาพต่อกันก็จะได้ออกมาเป็นรูปภาพ   พาสปอร์ตประเทศแคนาดา (Cannada) รูปเล่มของพาสปอร์ต ภายนอกนั้นอาจจะหน้าตาดูธรรมดามาก ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ แต่เมื่อลองส่องด้วยไฟ black light ทำเอาตะลึงในความสวยงามกันเลยทีเดียว! จะเห็นความงาม สีสัน และไอเดียภาพในแต่ละหน้า นอกจากจะทำให้เกิดความสวยงามแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำพาสปอร์ตเล่มนี้ขึ้นมาก็เพื่อป้องกันการปลอมแปลงพาสปอร์ต ทำให้ยากต่อการลอกเลียนแบบหนังสือเดินทาง เป็นอีกหนึ่งมาตราการรักษาความปลอนภัยนั่นเอง ซึ่งพาสปอร์ตเล่มนี้ถูกปล่อยออกมาใช้ครั้งแรกในช่วงกลางปี 2013   พาสปอร์ตประเทศนอร์เวย์ (Norway) ดูเหมือนว่าจะถูกใจสาวๆ เป็นพิเศษ ก็เพราะมันเป็นสีพาสเทล ออกแบบโดย Oslo design ภายในพาสปอร์ตนั้นจะเป็นรูปภูมิทัศน์อันงดงามของนอร์เวย์ เมื่อฉายผ่านไฟ black light ภาพนั้นก็จะปรากฏให้เห็น แสงเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มาร์คของนอร์เวย์ นอกจากนี้สีของพาสปอร์ตนั้นก็แบ่งแยกตามผู้ถือด้วย เช่น สีชมพูแดงสำหรับประชาชนปกติ, สีขาวสำหรับผู้อพยพ และสีเขียวฟ้าสำหรับนักการทูต   พาสปอร์ตสหราชอาณาจักร (The United Kingdom) หนังสือเดินทางของประเทศอังกฤษเล่มนี้ เพิ่งเปิดตัวในช่วงปลายปี 2015 เพื่อฉลองครบรอบ 500 ปี ให้แก่ จอห์น คอนสตาเบิล (John Constable) จิตรกรชาวอังกฤษ ในยุคศตวรรษที่ 18-19 มีชื่อเสียงจากเขียนจิตรกรรมภูมิทัศน์ ซึ่งปัจจุบันภาพเขียนของคอนสตาเบิลจะได้รับความนิยม และ เป็นงานที่มีราคาสูงในบรรดาศิลปะอังกฤษ   พาสปอร์ตออสเตรเลีย (Australia) เนื่องจากธรรมชาติของออสเตรเลียนั้นมีความโดดเด่นและหลากหลายมากๆ จึงเอาสิ่งนี้มาใส่ไว้ในแต่ละหน้าของหนังสือเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรูปของพืชและสัตว์ชนิดต่างๆ รวมถึงคำบรรยายเกี่ยวกับพืชหรือสัตว์เหล่านั้นด้วย   พาสปอร์ตประเทศสวีเดน (Sweden) เนื่องจากธรรมชาติของออสเตรเลียนั้นมีความโดดเด่นและหลากหลายมากๆ จึงเอาสิ่งนี้มาใส่ประเทศสวีเดน ได้ชื่อว่ามีเมืองชนบทสวยงามที่สุด อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทิวทัศน์อันงดงาม อีกทั้งมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่ และการออกแบบระดับโลก สิ่งเหล่านี้เราสามารถเห็นได้ในหนังสือเดินทางเล่มนี้   พาสปอร์ตประเทศจีน (China) หนังสือเดินทางของจีนนั้นถ้ามองปกติก็จะเห็นเป็นรูป กำแพงเมืองจีน เป็นแลนด์มาร์กและมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย และเมื่อส่องด้วยสปอร์ตไลท์ก็จะเห็นความสวยงามไปอีกแบบ นอกจากนี้จีนยังรวบรวม สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ อาทิ มาเก๊า หรือเซียงไฮ้ ไว้ในหนังสือเดินทางเล่มนี้เช่นกัน   พาสปอร์ตประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) นิวซีแลนด์ หรือ ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว นั้นมีความหลากหลายทางภาษา อีกทังมีธรรมชาติที่สวยงามเป็นจุดเด่น หนังสือเดินทางเล่มนี้จึงปรากฏเป็นภาพของภาษาต่างๆ และใบเฟิร์น แสดงให้เห้นความสวยงามทางธรรมชาตินิวซีแลนด์ หรือ ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว นั้นมีความหลากหลายทางภาษา อีกทังมีธรรมชาติที่สวยงามเป็นจุดเด่น หนังสือเดินทางเล่มนี้จึงปรากฏเป็นภาพของภาษาต่างๆ และใบเฟิร์น แสดงให้เห้นความสวยงามทางธรรมชาติ   ขอบคุณข้อมูลจาก : MThai     Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าญี่ปุ่นคือแลนมาร์คของใครหลาย ๆ คน แม้จะเคยไปแล้ว 1 ครั้ง ก็ต้องมีครั้งที่ 2 3 4 อย่างแน่นอน มีใครเคยเที่ยวญี่ปุ่นครบทั้ง 4 ฤดูแล้วบ้างคะ? แล้วฤดูไหนที่คุณชอบมากที่สุด? ฤดูหนาว อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมพาพันธ์ ช่วงนี้คนไทยนิยมเที่ยวต่างประเทศมาก ๆ เพราะ มีหิมะ และบางคนไปถ้าความเย็นจัด ที่ฮอกไกโด ซัปโปโรก็ว่ากันไป   ฤดูใบไม้ร่วง อยู่ในช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน เราจะได้เห็นสีสันของใบไม้ เป็นอีก season หนึ่งที่ถ่ายรูปได้สวยมาก ก่อนที่จะต้นไม้จะสละใบแล้วให้หิมะมาเกาะแทน   ฤดูร้อน อยู่ในช่วงเดือน มิถุนายน - เดือนสิงหาคม ทุ่งดอกไม้เห็นที่จะเป็นแลนมาร์คอยู่ช่วงนี้เลยก็ว่าได้ เป็นความงามอันสดใส ที่สุดลูกหูลูกตา   ฤดูใบไม้ผลิ อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม จุดเริ่มต้มใหม่กลับมาอีกครั้ง ดอกไม้นานาชนิด ร่วมใจกันบานสะพรั่งพร้อมเพรียงกัน     Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018  

พูดถึงหน้าหนาวที่หิมะโปรยปรายหลาย ๆ คนน่าคิดถึงทวีปยุโรปก่อนเป็นอันดับแรก แต่ด้วยระยะทางที่ต้องใช้เวลานานในการเดินทาง แถมราคาตั๋วยังแพงอีก ทำให้หลาย ๆ คนที่อยากไปลองสัมผัสหิมะเป็นอันต้องยกเลิกความคิดไป วันนี้จึงจะมาพาไป โดยไม่ต้องไปไกลถึงยุโรป เที่ยวแค่ในเอเชีย ก็สามารถสัมผัสหิมะที่กำลังโปรยปรายจนเมืองกลายสีขาวโพลนได้! ญี่ปุ่น : Japan เกาหลีใต้ : Korea จีน : China เวียดนาม : Vietnam             ขอบคุณข้อมูลจาก : Sanook  

นักเดินทางสายไหนที่ใช่ตัวคุณที่สุด ร่วมแชร์ให้เพื่อนของคุณรู้เลยว่า นี่แหละคือตัวของคุณเอง     สายสะสม : รูปภาพ โปสเตอร์ ของฝาก สะสมหมด! สายทำตามแผน : วางแพลนก่อนออกทริป ทุกอย่างต้องเป็นไป ตามแผนที่วางไว้ สายลุย : พุ่งใส่ทุกอย่างที่ขวางหน้า อะไรตื่นเต้นยิ่งต้องลอง สายปลีกวิเวก : คนอื่นเที่ยวเป็นกลุ่มแล้วไง ก็เราจะเที่ยวคนเดียว เหงา ๆ อ่ะ สายพัฒนาตัวเอง : การท่องเที่ยวคือการค้นหา ตัวเอง หาประสบการณ์ นอกตำราจะทำให้เราเติบโต สายแสวงบุญ : อยากทัวร์ 9 วัด ไปไหนดี สายนี้ช่ำชองที่สุด! สายบุกเบิก : มีสถานที่ใหม่ ร้านเปิดใหม่ อยู่ที่ไหนขอให้บอก เราจะไปลองให้เอง! สายนานๆ ที : ถ้าไม่ใช่วันสำคัญ หรือโอกาศพิเศษ ก็ไม่อยากออกจากบ้านหรอก สายขี้หลงขี้ลืม : หลงทางเก่ง! ขี้ลืมก็ที่ 1 ลืมได้ทุกอย่าง ยกเว้นลืมคนในอดีต สายเผือก : อยากรู้อยากเห็น หูตากว้างไกล ทำเลไหนดี ร้านไหนเด็ด อะไรดังรู้หมด  

ปราสาทสัจธรรม วังโบราณจากงานไม้แกะสลักใหญ่ที่สุดในไทย   ปราสาทสัจธรรม (Sanctuary of Truth) คือ ปราสาทที่ทำด้วยไม้ทั้งหลัง มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่ขนาด 80 ไร่ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่จะเรียกที่นี่ว่า "วังโบราณ"   ปราสาทนี้สร้างโดย คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ทำให้ปราสาทสัจธรรมงดงามทั้งภายนอกและภายในตามแบบสถาปัตยกรรมไทยและศาสนาพุธ   ภายในปราสาทมีการแฝงเนื้อหาทางปรัชญาที่สะท้อนให้เห็นถึงความมสำคัญของศาสนา โดยเน้นหลักสำคัญคือ "ก่อกำเนิดทั้ง 7 และคุณธรรมข้อประพฤติปฏิบัติทั้ง 4"   ปราสาทสัจธรรมตั้งอยู่ที่ แหลมราชเวช อ่าววงพระจันทร์ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ห่างจากพัทยาใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าอยู่บริเวณซอยนาเกลือ 12   เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. ค่าเข้าชม : ชาวไทยและชาวต่างชาติ 500 บาท เด็กความสูงไม่เกิน 110 เซนตอเมตร 250 บาท  

ไปอินเดีย ไม่ต้องขอ Visa ผ่านสถานฑูต ยื่นออนไลน์ก็เที่ยวได้แล้ว กับ E-Tourist Visa ปัจจุบันผู้คนนิยมไปเที่ยวอินเดียนะรู้ยัง? ประเทศอินเดียเป็นอีก 1 จุดหมาย ที่นักท่องเที่ยวปักหมุดไปกัน แต่เอ๊ะไปอินเดียจะต้องใช้วีซ่านี่นา ต้องทำอย่างไรล่ะ ? ฟังทางนี้ค่ะ!! เราแนะนำทางเลือกที่ขอวีซ่าได้รวดเร็วที่สุด ด้วยการยื่นเอกสารขอวีซ่าออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ https://indianvisaonline.gov.in/evisa/tvoa.html อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ผ่าน Slide Content ของเราได้เลย 👇👇           ขอบคุณข้อมูล และศึกษาเพิ่มเติมที่ https://goanywhere.co/2017/11/22/indiaevisa2017/  

หากจะเอ่ยถึงประเทศอินเดีย สิ่งแรกที่คุณนึกถึงคืออะไร? วันนี้เราจะพาคุณไปเปิดอีกซีกโลกหนึ่งของประเทศอินเดีย ที่เป็นเป้าหมายในฝันของใครหลาย ๆ คน ซึ่งอยู่บนหลังคาโลก อย่างเทือกเขาหิมาลัย บนเทือกเขาหิมาลัยนั้น มีหมู่บ้านที่หลบซ่อนจากความวุ่ยวาย ที่แห่งนี้เป็นดั่งสววรค์บนดิน มีเพียงคนรักธรรมชาติจริง ๆ เท่านั้นถึงจะเข้าใจ ใช่แล้วค่ะ! เรากำลังพูดถึง "แคชเมียร์" หรือ รัฐจัมมู แคชเมียร์ หรือ รัฐจัมมู เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์บนดิน ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย มีพื้นที่ติดกับประเทศปากีสถานและประเทศจีน พร้อมแล้วเราไปชมบรรยากาศที่แคชเมียร์กันค่ะว่าจะสวยขนาดไหน ..                   Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018 Twitter : @justletmego2018  

5 Best Landmarks in Singapore จุดเช็คอินยอดนิยมที่การันตีว่าห้ามพลาด 1. Universal Studio สวนสนุกระดับโลก ที่รวบรวมเครื่องเล่นและโชว์ต่างๆไว้มากมาย ภายในสวนสนุกแบ่งออกเป็น 7 โซน คือ โซน Hollywood New York Sci-Fi City Ancient Egypt Lost World Far Far Away และ Madagascar ซึ่งแต่ละโซนจะมีกิจกรรมต่างกันออกไป คนที่จะไปเที่ยวที่นี่จะต้องซื้อบัตรUniversal Studios Singapore Day Pass เพื่อเข้าสวนสนุกแล้วไปซื้อบัตรเครื่องเล่นอีกที ซึ่งบัตรเครื่องเล่นก็จะมี 2 แบบ คือ Universal Express บัตรนี้ 1 ใบสามารถใช้ได้กับเครื่องเล่น 1 ชนิด Universal Express Unlimited บัตรนี้จะใช้เข้าเครื่องเล่นได้ไม่จำกัดครั้ง *แนะนำให้ซื้อบัตรนี้ เล่นได้ทั้งวัน คุ้มสุด ๆ   2. Gardens by the Bay สวนที่รวมที่สุดของโลกหลายๆอย่างไว้ด้วยกัน เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำตกจำลองในร่มที่สูงที่สุดในโลก มีเทคโนโลยีการจำลองสภาพป่าที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เรียกว่าที่ Gardens by the Bay คือสวนที่เป็นแลนด์มาร์คสำหรับใครหลายๆคนเลยทีเดียวและด้วยความสูงของต้นไม้จำลองที่สูงเท่ากับตึก 9-16 ชั้น มีสะพานเชื่อมระหว่างต้นไม้ที่ทำให้การถ่ายภาพแบบพาโนราม่าสวยกว่าที่อื่นๆ   3. Merlion & Marina Bay Sands รูปปั้นสิงโตครึ่งปลาที่เป็นจุดแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครมาสิงคโปร์ก็ต้องมาที่นี่ รูปปั้นเมอร์ไลอ้อนจะหันหน้าไปทางมาริน่าเบย์ ซึ่งจากมุมที่เมอร์ไลอ้อนอยู่เราจะได้เห็น Marina Bay Sands จุดแลนด์มาร์คสำคัญอีกจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบไปกัน โดยเฉพาะชั้น 57 ที่เป็นชั้นลอย Sands Sky Park มุมนี้เราจะได้เห็นทิวทัศน์ของสิงคโปรค์ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนได้แบบเต็มตา   4. Fountain of Wealth หรือน้ำพุแห่งความมั่งคั่งและโชคลาภ เป็นน้ำพุที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งที่มาของชื่อน้ำพุก็มาจากหลักฮวงจุ้ยของน้ำพุที่ตั้งอยู่ในจุดที่เป็นศูนย์รวมของพลังงานด้านบวก ซึ่งผู้คนที่มาที่นี่เชื่อว่าการได้มาเยือน Fountain of Wealth จะทำให้ได้รับพลังดีๆกลับไป สร้างความรู้สึกดีๆให้กับตัวเอง และนอกจากนั้นที่นี่ยังมีโชว์น้ำพุ มีการเล่นแสงและสีสันแบบต่างๆให้น้ำพุมีความสวยงามในตอนกลางคืนสร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพสวยๆกัน   5. Singapore Botanic Garden สวนสาธารณะขนาดใหญ่ในย่านช้อปปิ้งสุดหรู Orchard Road เป็นสวนสาธาระที่ใหญ่ในสิงคโปร์และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ด้วยพื้นที่และความสมบูรณ์ของสวนโซนต่างๆภายใน โดนเฉพาะโซนสวยกล้วยไม้นานาชาติ (National Orchid Garden) ที่รวบรวมกล้วยไม้สายพันธ์ต่างๆกว่า60,000 ต้น จากกว่า 1,000 สายพันธ์ุมาจัดไว้ที่โซนนี้     Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018