Facebook Page

Follow Instagram

justletmego2018@gmail.com

Advertising

ใครไปเที่ยวฮ่องกงแล้วไม่รู้ว่าจะไปถ่ายรุปที่ไหน แอดปักหมุด 5 พิกัดน่าถ่ายรูปไว้ให้ที่โพสนี้แล้วจ้า สายฮิปเตอร์ต้องถูกใจแน่นอนเพราะจะได้รูปมุมเท่ ๆ เพียบ! รายละเอียดการเดินทางดูที่คำอธิบายของแต่ละรูปเล้ย . Ping Shek Estate - สามารถเดินทางมาได้โดย MTR สถานี Choi Hung Exit C4 เดินเลี้ยวซ้ายออกมาจะเจอว่าอยู่เยื้องๆกับตึกสีรุ้ง - จุดเด่นของที่นี่คือบล็อกสูงชัน 28 ชั้นทั้ง 5 ฝั่ง พุ่งสูงขึ้นมองขึ้นไปเหมือนเราอยู่หนัง sci-fi สักเรื่อง GPS: https://bit.ly/2FDI8a1 ข้อมูลการเดินทาง: https://bit.ly/2NjFYTa . . Choi Hung Estate - สามารถเดินทางมาได้โดย MTR สถานี Choi Hung Exit C4 - เมื่อออกมาทาง Exit C4 จะตรงกับทางเข้าโรงเรียนพอดี เลี้ยวเข้าไป ทางซ้ายมือจะเห็นอาคารจอดรถ ขึ้นไปชั้นบนสุดจะเห็นจุดถ่ายรูปเป็นสนามบาสและแฟลตสีรุ้ง ข้อมูลการเดินทาง: สมาชิกพันทิป 37263881 . . Yick Fat Building - สถานี Tai Koo ออก Exit B - ออกจากสถานีมาหันซ้ายแล้วเดินตามทางรถไปเรื่อยๆ ตึกจะอยู่หัวมุมถนนของแยกที่ 2 ข้อมูลการเดินทาง: สมาชิกพันทิป 37631745 . . Goldfish Street - สถานี Prince Edward ออก Exit B2 - เดินออกจากสถานีแล้วเดินตรงมาเรื่อยๆ - เลี้ยวซ้ายแยกที่ 2 เดินตรงมาอีกนิด แล้วเลี้ยวขวาแรก จะเจอร้านอยู่ขวามือค่ะ พิกัด GPS: 22.323213, 114.169668 ข้อมูลการเดินทาง: สมาชิกพันทิป 37631745 . . Lok Wah South Estate - สถานี Kwun Tong ออก Exit 1 - เดินออกมาจากสถานีให้รอรถบริเวณป้ายรถเมล์หน้าทางออก - นั่งรถบัสเล็กสีเขียว เบอร์ 22 หรือ 28B ไปลงที่ Lok Wah South Estate ป้าย Lok Wah South Estate Car Park (บอกคนขับไว้ตั้งแต่ขึ้นรถเลยค่ะว่าไป car park) - จุดหมายปลายทางคือดาดฟ้าของที่จอดรถจะเป็นจุดถ่ายรูป ข้อมูลการเดินทาง: สมาชิกพันทิป 37631745  

ประเทศสิงคโปร์(Singapore)เป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศมาเลเซียห่างจากประเทศไทยประมาณ 2 ชั่วโมงโดยเครื่องบิน คนไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่า มีความหลากหลายของชนชาติค่อนข้างมาก จึงมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง จึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่หลากหลายโดยเฉพาะจากคนเชื้อสายจีน เชื้อสายมาเล และเชื้อสายอินเดีย ทำให้ประเทศสิงคโปร์(Singapore)กลายเป็นอีกหนึ่งประเทศฮิตอันดับต้นๆของนักท่องเที่ยวชาวไทย รถไฟใต้ดินสิงคโปร์ หรือ Singapore MRT เป็นวิธีการเดินทางหลัก ๆ ของนักท่องเที่ยวและชาวสิงคโปร์ มีทั้งหมด 6 สายด้วยกัน ที่วิ่งเชื่อมต่อกันเป็นเครื่อข่ายไปทั่วทั้งเกาะ การมีแผนที่ติดตัวไปด้วยจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในสิงคโปร์นั้นง่ายดายยิ่งขึ้น [caption id="attachment_9369" align="aligncenter" width="2481"] แผนที่เดินรถไฟฟ้าประเทศสิงคโปร์[/caption] แผนที่รวมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในประเทศสิงคโปร์ ที่จะทำให้ทุกการเดินทางของคุณนั้นง่ายมากยิ่งขึ้น [caption id="attachment_9370" align="aligncenter" width="3333"] แผนที่สถานที่ท่องเที่ยวสิงคโปร์[/caption] Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018

รถไฟความเร็วสูงที่เรียกว่า HSR (High Speed Rail) ที่จะวิ่งทางทิศตะวันตกของเกาะวิ่งยาวจากเหนือเมืองหลวงไทเปลงไปทางตอนใต้สุดของเกาะเมืองเกาสง ซึ่งเป็น 2 เมืองใหญ่ที่สุดของเกาะไต้หวันที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักๆของนักท่องเที่ยวด้วย ในแผนที่นี้จะเห็นเส้นทางการวิ่งของรถไฟ HSR ในรูปกลาง โดยจะมีเส้นเชื่อมโยงไปยังสถานีรถไฟใต้ดินของทั้ง 2 เมือง โดยทางซ้ายจะเป็นเครือข่ายรถไฟใต้ดินของเมืองไทเป และทางขวาจะเป็นเครือข่ายของรถไฟใต้ดินในเมืองเกาสง แผนที่นี้จะเหมาะสำหรับคนที่จะเดินทางไปเที่ยวทั้ง 2 เมืองของไต้หวัน เพราะจะเห็นว่าจากสถานีรถไฟความเร็วสูงจะเชื่อมต่อไปยังส่วนต่อๆของแต่ละเมืองยังไง ตรงไหนบ้าง ไปดาวน์โหลดกันได้เลย   การเดินทางในเมืองไทเป(Taipei) ของประเทศไต้หวัน(Taiwan) นั้นค่อนข้างสะดวกสบาย คนโดยส่วนใหญ่จะใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เป็นหลัก เพราะครอบคลุมพื้นเกือบทั้งหมดของไทเป เราสามารถใช้เดินทางจากสนามบินเข้าไปในตัวเมือง หรือจะใช้เดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ หากใครกำลังจะเดินทางไปเที่ยวที่ไทเปสามารถโหลดแผนที่รถ MRT ไปดูเส้นทางและสถานีต่าง ๆ ก่อนได้เลย   รถไฟใต้ดิน MRT หรือ SRT ของเมืองเกาสง เป็นวิธีการเดินทางหลักที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองเกาสง เมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไต้หวันที่อยู่ทางตอนใต้ของเกาะนั้นง่าย สะดวก รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น โดยจะมีอยู่ด้วยกัน 2 สายคือสีส้ม และสีแดง ที่วิ่งผ่ากันกลางเมือง   แหล่งท่องเที่ยว ไทเป ไทเป(Taipei) เป็นเมืองหลวงของประเทศไต้หวัน ตั้งอยู่ทางตอนบนของเกาะ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายรูปแบบ มีวิธีการเดินทางที่สะดวก ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และรถบัสต่าง ๆ ใครกำลังไปเที่ยวเมืองไทเป ลองโหลดแผนที่ในโบร์ชัวร์นี้ไปดูเล่น ๆ กันได้เลยว่ามีอะไรให้ไปอยู่ที่ส่วนไหนของเมืองบ้าง     Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018

บนเกาะเซนโตซา ประเทศสิงคโปร์ มีสวนสนุกขาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย Universal Studios Singapore (USS) ยกกำลังกองทัพ ตัวละครภาพยนตร์ดังจากค่าย ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ มาสร้างความสุขผ่านการถ่ายทอดหลายเรื่องราว ที่ยิ่งใหญ่อลังการระดับ Hollywood พร้อมแลนด์มากรูปโลกสีฟ้า Universal ที่ใครๆมาแล้วต้องถ่ายรูปเช็คอินทันที! เราได้รวบรวมวิธีการเดินทาง / ช่องทางการซื้อตั๋วราคาถูก ไว้ที่นี่เรียบร้อยแล้ว อ่านแล้วสามารถไปเที่ยวได้เลย สิ่งที่ต้องรู้ก่อนก้าวขาวเข้าไป USS เครื่องเล่นบางอันรอเล่นนานรอประมาณ 30- 1 ชั่วโมง เตรียมขวดน้ำเปล่าไปก็ดี เพราะมีก็อกน้ำดื่มให้เติมทั่วทุกจุดใน USS บางเครื่องเล่นเช่น โซน Waterworld และ Jurassic Park Rapids Adventure ต้องเตรียมเสื้อกันฝนไปจ้า อากาศที่สิงคโปร์แปรปรวนบ่อย เดี๋ยวฝนตก แดดออก ไม่รู้ล่วงหน้า ต้องพกร่มไปด้วยนะคะ แนะนำว่าให้เงินที่มีมูลค่าใหญ่สุดในกระเป๋าคุณเป็นแบงค์ $100 ก็พอ แบงค์ใหญ่กว่านี้ร้านค้าใน USS ไม่ค่อยอยากรับ เพราะหาทอนยากค่ะ   ยูนิวเอร์แซล แบ่งออกเป็น 7 โซนด้วยกัน โซนที่ 1 Hoolywood โซนที่ 2 Madagascsr โซนที่ 3 Far Far Away โซนที่ 4 The Lost World โซนที่ 5 Ancient Egypt โซนที่ 6 Sci-Fi City โซนที่ 7 New York ช่องทางการซื่อตั๋วเข้า uss มีให้เลือกทั้งในสิงค์โปร์และในไทย ในสิงคโปร์ ร้านที่คนไทยรู้จักดี หาข้อมูลมาแล้วใคร ๆ ก็ได้ร้านนี้กันทั้งนั้น คือ Sea wheel ในย่าน Chinatown บริการขายตั๋วต่าง ๆ ในสิงคโปร์ ซื้อในราคาที่ถูกกว่าหน้างานค่ะ ตั๋ว uss ที่นี่ขายประมาณ 64 = 1505.37 (สำหรับผู้ใหญ่) /45 = 1058.47 สำหรับเด็ก *เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบเข้าฟรีนะคะ ซึ่งก็เป็นราคาประมาณการ ราคาขึ้นอยู่กับช่วงวันค่ะ เปลี่ยนแปลงได้ตลอด แต่ก็ถูกกว่าหน้างานอยู่แล้ว พิกัด : นั่งรถไฟสายสีม่วงไปลงที่สถานี Chinatown ใช้ทางออก D จะเห็นตึก People's Park Centerเดินเข้าไปในตึกขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 3 แล้วเลี้ยวซ้าย ร้านจะอยู่ตรงหัวมุม ป้ายร้านสีเขียว ในไทย หาซื้อได้ตามเว็บไซต์ขายได้เลย แนะนำให้ซื้อผ่าน takemetour https://bit.ly/2Zl3zow ซื้อออนไลน์ ตั๋วจะมีอายุนาน 3 เดือน นับจากวันที่ซื้อค่ะ * ราคาขึ้นอยู่กับช่วงวัน ถ้าใกล้วันหยุด ก็จะมีการอัพราคา **แนะนำว่า ถ้าไม่อยากรอคิวนาน ให้ซื้อตั๋วแบบ Express Pass หรือ อัพเกรดบัตรเข้าของคุณเป็นแบบ Express Pass ค่ะ   โซนที่ 1 Hollywood เปิดมาโซนแรกก็ขายของเลยค่ะ มีสินค้าน่ารัก ๆ มาจำหน่าย เช่น

  การบินไทยและไทยสมายล์จัดโปรโมชั่นแรง บินเส้นทางในประเทศทุกเส้นทาง เมื่อจองผ่าน Trip.com ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเชียงราย, เชียงใหม่, อุดรธานี, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, กระบี่, หาดใหญ่, นราธิวาส ราคาเริ่มต้น 733 บาท/เที่ยว โดยราคาดังกล่าวรวมฟรีโหลดกระเป๋าได้ 20 กก. บริการขนมและเครื่องดื่ม ขอนแก่น ราคาเริ่มต้น 733 บาท/เที่ยว - จองตั๋ว อุดรธานี ราคาเริ่มต้น 775 บาท/เที่ยว - จองตั๋ว อุบลราชธานี ราคาเริ่มต้น 775 บาท/เที่ยว - จองตั๋ว สุราษฎร์ธานี ราคาเริ่มต้น 775 บาท/เที่ยว - จองตั๋ว ภูเก็ต* ราคาเริ่มต้น 775 บาท/เที่ยว - จองตั๋ว หาดใหญ่ ราคาเริ่มต้น 892 บาท/เที่ยว - จองตั๋ว เชียงราย ราคาเริ่มต้น 894 บาท/เที่ยว - จองตั๋ว นราธิวาส ราคาเริ่มต้น 975 บาท/เที่ยว - จองตั๋ว เชียงใหม่* ราคาเริ่มต้น 909 บาท/เที่ยว - จองตั๋ว กระบี่* ราคาเริ่มต้น 965 บาท/เที่ยว - จองตั๋ว *การบินไทย บินเส้นทาง เชียงใหม่, กระบี่, ภูเก็ต เดินทางตั้งแต่วันนี้ - 31 ตุลาคม 62 *ไทยสมายล์ บินทุกเส้นทาง เดินทางตั้งแต่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 62 โหลดกระเป๋าฟรี : 20 กก. ช่วงเวลาจอง : 18 เม.ย. 62 - ระบบเปลี่ยนแปลงราคา ช่วงเวลาเดินทาง : 18 เม.ย. 62 - 31 ต.ค. 62     Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018

การเดินทางในต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ รถยนต์เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เราไปถึงจุดหมาย วันนี้เราเลือกมาแนะวิธีการเช่ารถยนต์ที่ประเทศญี่ปุ่นว่าต้องใช้เอกสารใดบ้าง คุณสมบัติผู้เช่า และสิ่งที่ควรปฏิบัติตาม รวมไปถึง แนะบริษัทเช่ารถยนต์ราคาถูกทิ้งท้ายไว้ด้วยค่ะ   ขั้นตอนแรกผู้ที่สามารถเช่ารถยนต์ได้นั้นต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป ในประเทศญี่ปุ่นผู้ที่สามารถทำใบอนุญาตขับขี่ได้นั้นต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปค่ะ ผู้ที่สามารถเช่ารถยนต์ได้ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุ+พาสสปอร์ต ใบอนุญาตขับขี่ที่สามารถใช้ได้ ญี่ปุ่นต้องมี 1 ใน 3 ข้อดังต่อไปนี้ ใบขับขี่ของประเทศญี่ปุ่น (สำหรับผู้ที่อาศัยในญี่ปุ่น) ใบอนุญาตขับขี่สากล (จะต้องทำที่ประเทศของตนเองก่อนมาญี่ปุ่น ที่ไทยก็ทำที่ขนส่งทางบกจ้า) ใบขับขี่ที่มีคำแปลภาษาญี่ปุ่น (ในกรณีที่เป็นใบขับขี่ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, ไต้หวัน, เบลเยี่ยม, สโลวาเนีย และโมนาโค)   วิธีการเช่ารถยนต์ รถเช่าที่ประเทศญี่ปุ่นมีหลายเจ้าให้เลือกเช่าค่ะ ส่วนมากจะเช่ารถยนต์ผ่านเว็บไซต์กัน ราคาเช่าเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 8,000-10,000 เยนค่ะราคาก็ขึ้นอยู่กับจำนวนที่เราได้เช่าค่ะ แนะนำว่าต้องเช่ารถยนต์ผ่านเว็บไซต์ 2-3 วัน ถึง 1 สัปดาห์ ก่อนไปรับรถที่บริษัทเช่ารถยนต์ค่ะ วันที่เริ่มเช่ารถ/คืนรถ ชนิดของรถ เช่าแล้วคืนที่สาขาอื่นหรือนำกลับมาคืน การเพิ่ม Option GPS หรือบัตร ETC (บัตรสำหรับทางด่วน)   มารยาทในการขับรถบนถนนประเทศญี่ปุ่น ในประเทศญี่ปุ่นพวงมาลัยจะอยู่ด้านขวามือ และขับเลนซ้าย ภายในรถยนต์ที่เช่าจะมีระบบนำทางหรือ GPS เป็นภาษาอังกฤษ เกาหลี และจีน ค่ะ ไม่มีภาษาไทยนะคะ ในกรณีนี้จะอยู่ในแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากค่ะ สำหรับใครที่เช่ารถยนต์ในช่วงที่มีหิมะ ต้องล็อคโซ่รถด้วยค่ะ ป้องกันรถถไล ความเร็วในการวิ่งบนทางด่วนคือ 100km/ชั่วโมง การจ่ายเงินบนททางด่วนมี 2 รูปแบบคือ จ่ายแบบไม่ต้องจอดรถ ซึ่งจะมีบัตร ETC ตัดเงินผ่านบัตรเครดิต กับ จ่ายช่องทั่วไป ซึ่งต้องจอดรถจ่ายค่ะ ETC เหมาะสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลานาน เพราะต้องใช้เวลาทำบัตร 2 สัปดาห์ สำหรับใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นระยะสั้นต้องเข้าช่องทั่วไป เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ห้ามจอดรถตามข้างทางหรือริมถนน ต้องจอดในสถานที่ให้จอด บางสถานที่ต้องได้จ่ายค่าจอดรถด้วยนะคะ   ข้อปฏิบัติตามขั้นพื้นฐานขณะเช่ารถยนต์ ที่ผู้เช่าจำเป็นต้องรู้ ก่อนส่งรถเช่าคืนบริษัท ผู้เช่ารถยนต์ต้องเติมน้ำมันรถที่เช่ามานั้นให้เต็มถังเสียก่อน แต่ถ้าหากไม่ได้เติมมา จากร้านเช่าจะคำนวณค่าน้ำมันก็คือคิดเงินเราเพิ่ม ซึ่งจะมีราคาที่แพงกว่าเราเติมน้ำมันเต็มถังซะอีก รถยนต์ที่เช่านั้นส่วนมากจะบวกค่าประกันอุบัติเหตุเข้าไปแล้ว หากไม่แน่ใจโทรสอบถามบริษัทที่คุณเช่ารถยนต์ก็ได้ค่ะ   บริษัทเช่ารถยนต์ ราคาถูกในประเทศญี่ปุ่น จองรถยนต์บริษัทToyota https://is.gd/dh4P9p จองรถยนต์บริษัท nissan ** ราคาขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเทศกาล https://is.gd/aubdZx   บริษัทเช่ารถยนต์ ราคาถูกในประเทศญี่ปุ่น จองรถยนต์บริษัท timescar https://is.gd/2buNhN จองรถยนต์บริษัท Nippon ** ราคาขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเทศกาล https://is.gd/pHigLQ   ขอบคุณข้อมูลจาก : https://matcha-jp.com allabout-japan.com     Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018  

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าหนึ่งในสถานที่ฉลองปีใหม่ที่นับว่าเป็นไฮไลท์ และต้องมาเช็คอินให้ได้สักครั้งก็คือ ประเทศญี่ปุ่น ใช่แล้วค่ะ! ประเทศที่เต็มไปด้วยเรื่องราว วัฒนธรรมเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์แห่งนี้ ช่วงเทศกาลปีใหม่ของเขาก็มีประเพณีและกิจกรรมเฉพาะต่าง ๆ รวมถึงความเชื่อ ที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นเช่นกัน ใครมีแพลนไป ทัวร์ญี่ปุ่น วันปีใหม่ และอยากดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง วันนี้ มัชรูมทราเวล มี 7 สิ่งที่ต้องห้ามพลาดเมื่อไป เที่ยวญี่ปุ่นช่วงปีใหม่ มาฝาก จะมีอะไรบ้าง ไปชมกันค่ะ!   1. ถุงโชคดี เริ่มต้นกันที่สิ่งที่ขาช้อปทั้งหลายไม่ควรพลาดเมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่นช่วงปีใหม่ ไม่มีการช้อปใดจะน่าตื่นเต้นและวัดดวงได้ดีไปกว่าการช้อปชุดของขวัญราคาพิเศษช่วงปีใหม่ ที่เรียกกันว่า ถุงโชคดี (Lucky Bag) หรือ ฟุคุบุคุโระ (福袋) อีกแล้ว นั่นก็เพราะการช้อปเจ้าถุงโชคดีเนี่ย เราจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าถุงมีอะไรอยู่บ้าง จะถูกใจเราทั้งหมดหรือเปล่า เป็นการวัดดวงล้วน ๆ เลยค่ะ ซึ่งสิ่งที่อยู่ด้านนั้นจะเป็นสินค้าจากปีที่ผ่านมา ทางร้านจะมาจับรวมลงถุงแล้วขายในราคาเดียวกันทุกถุง โชคดีหน่อยก็อาจจะได้สินค้าที่มูลค่าสูงกว่าถุงด้วยนะ สิ่งที่เราทำได้ก็มีเพียงแค่เลือกแบรนด์ดี ๆ ที่ถูกใจและราคาที่จะจ่ายเท่านั้นเอง ส่วนใหญ่แบรนด์ต่าง ๆ จะเปิดเผยราคาถุงโชคดีพร้อมกับรายละเอียดสินค้าข้างในนิด ๆ หน่อย ๆ มาให้เราพิจารณาหรือสั่งจองกันก่อนในช่วงปลายปี และจะเริ่มวางจำหน่ายจริงๆ ประมาณวันที่ 1-2 มกราคมของทุกปี ซึ่งก็มีแทบทุกแบรนด์เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Adidas Originals, SKII, Starbucks, Muji, Disney หรือ Apple ใครจะไปแนะนำว่าให้หาข้อมูลแบรนด์และชุดของขวัญที่อยากได้ก่อนไปนะคะ จะได้ไม่เสียเวลาและไม่พลาดของที่อยากได้ เพราะขอบอกเลยว่าเจ้าถุงโชคดีเนี่ยหมดเร็วมากจริง ๆ ใครไป ทัวร์ญี่ปุ่น วันปีใหม่ ไปช้อปสนุกๆ กันได้เลยค่ะ   2. โอเซจิเรียวริ ทัวร์ญี่ปุ่น ฉลองปีใหม่ทั้งที สิ่งหนึ่งที่ต้องห้ามพลาดในวันแรกของปีก็คือการรับประทานอาหารชุด โอเซจิเรียวริ (おせち料理) เป็นมื้อแรกร่วมกับครอบครัว เพื่อความเป็นสิริมงคลตามธรรมเนียมญี่ปุ่น โดยอาหารชุดนี้จะมีลักษณะคล้าย ๆ กับกล่องเบนโตะ เรียงซ้อนกัน 3-4 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นก็จะประกอบด้วยอาหารญี่ปุ่นนานาชนิด เช่น ไข่ม้วน, ส้มจี๊ดญี่ปุ่น, สาหร่ายคอมบุ, ไข่ปลาแฮร์ริง, คามาโบโกะ, กุ้งมังกรย่าง, ถั่วดำ, ผักดอง, และของหวานต่าง ๆ ที่มีชื่อความหมายดี ๆ สามารถหาซื้อได้ทั่วไปและมีให้เลือกหลายราคา ตั้งแต่ชุดละ 10,000 เยน ไปจนถึง 100,000 เยนเลย ใครมาเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปีใหม่อย่าลืมชิมกันนะ เริ่มต้นปีใหม่ด้วยชุดอาหารมงคลมื้อแรกของปีกับครอบครัวและคนรัก แล้วจะได้โชคดีตลอดปีกันทุกคนเลยค่ะ   3. ทานโซบะข้ามปี ทัคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า การทานโซบะข้ามปีในช่วงปีใหม่ เป็นการอวยพรให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาวเหมือนเส้นโซบะ ประเพณีนี้เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ เรียกว่า Toshikoshi Soba โดยจะเริ่มทานกันตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนหลังได้ยินเสียงระฆังขึ้นปีใหม่จากทางวัด จะเป็นโซบะร้อนหรือโซบะเย็นก็ได้ค่ะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องทานให้หมดชาม ห้ามมีอะไรหลงเหลืออยู่เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นความโชคดีอาจกลายเป็นโชคร้ายตลอดปีก็ได้   4. เขย่าระฆังปีใหม่ที่วัด ทุก ๆ คืนของวันที่ 31 ธันวาคม วัดต่างๆ ในญี่ปุ่นจะมีพิธีชำระล้าง โดยการตีระฆังจำนวน 108 ครั้ง เพื่อขับไล่สิ่งไม่ดีต่างๆ และเตรียมตัวต้อนรับปีใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีแล้ว คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะนิยมเดินทางมาเคาะระฆังที่วัด เพื่อความเป็นสิริมงคลและโชคลาภ

เมื่อไปต่างประเทศแน่นอนว่า เราต้องเตรียมสัมภาระติดตัวไปไม่มากก็น้อย แต่มีของบางชิ้นที่เราจะไม่สามารถนำติดตัวไปสถานที่เที่ยวได้ เพราะจะหนักและพะลุงพะลังเกินไป เช่นเมื่อเช็คเอ้าออกจากโรงแรม ยังไม่ถึงเวลาของไฟท์บิน จำเป็นต้องหาสถานที่รับฝากของที่มั่นใจได้ และนี่คือ 5 สถานที่รับฝากของ ที่ปลอดภัยอย่างแน่นอนค่ะ   เริ่มกันที่ 1 สนามบินนานาชาติฮ่องกง ที่ฝากสัมภาระอยู่ที่ อาคาร 2 ชั้น 3 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 05.30 น. ถึง 01:30 น. สัมภาระน้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม ขนาดไม่เกิน 199 ซม. รายชั่วโมง : ชั่วโมงละ 12 HK$ รายวัน : วันละ 120 HK$   สถานีรถไฟ ใช้บริการได้ 2 สถานี คือ สถานี MTR : Hong Kong Airport Express (แถว Central) เคาน์เตอร์บริการ ชั้น G (In town-Check in Hall) ทางออก B สถานี MTR : Kowloon Airport Express (แถว Tsim Sha Tsui) เคาน์เตอร์บริการ ชั้น G (In town-Check in Hall) ปลายสุดทาง West Kowloon เวลาทำการ 6 : 00 น. - 1:00 น. ทุกวัน อัตราค่าบริการ 3 ชั่วโมง 45 HK$ อัตราค่าบริการ 3-24 ชั่วโมง 60 HK$ อัตราค่าบริการ 24 ชั่วโมง ขึ้นไป 90 HK$ ขนาดมาตรฐานขนาด: 85 ซม. x 85 ซม. x29 ซม. น้ำหนักไม่เกิน : 30 กิโลกรัม จ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น   Macau Ferry Terminal (ท่าเรือข้ามฟากฮ่องกงมาเก๊า) , Sheung Wan, เกาะฮ่องกง Shun tak Center ชั้น G / Shop G02 บริการเช็คอินผู้โดยสารแต่ละคนสามารถพกพาสัมภาระติดตัวได้ไม่เกิน 20 กก. (ชั้นประหยัด) / น้ำหนัก 30 กก. (Super Class) และขนาด 600 x 200 มม. x

แนะนำบัตรรถไฟฟ้าและบัตรรถบัส เส้นทางสำคัญในประเทศญี่ปุ่น พร้อมระบุส่วนลดของแต่ละบัตรพร้อมราคาไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับนักท่องเที่ยวได้ส่วนลดทุกบัตรจ้า ส่วนลดและราคาบัตร ระบุไว้ที่คำบรรยายข้างภาพ นักท่องเที่ยวที่มีสิทธิ : นักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวภายในประเทศที่อาศัยอยู่นอกโตเกียว, Kanagawa, Saitama, Chiba, Ibaraki, Tochigi, GunmaและYamanashi ระยะเวลาที่ใช้ได้ : ตลอดปี ประเภทของส่วนลด : 1. ได้ไม่จำกัด 1 ถึง 3 วันต่อเนื่องกัน บนสายรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro และ Toei ราคาบัตร : (บัตรแบบ 1 วัน) ผู้ใหญ่ : 800 เยน / เด็ก : 400 เยน (บัตรแบบ 2 วัน) ผู้ใหญ่ : 1,200 เยน / เด็ก : 600 เยน (บัตรแบบ 3 วัน) ผู้ใหญ่ : 1,500 เยน / เด็ก : 750 เยน ติดต่อสอบถาม Tokyo Metro   นักท่องเที่ยวที่มีสิทธิ : นักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้ที่พำนักในญี่ปุ่น ระยะเวลาที่ใช้ได้ : ตลอดปี ประเภทของส่วนลด : 1. ใช้ได้ไม่จำกัด 1 วันกับรถไฟ JR และรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro ภายในเมืองโตเกียว รวมถึงรถไฟใต้ดิน รถราง และรถบัสที่ดำเนินงานโดยรัฐบาลกรุงโตเกียว ราคาบัตร : ผู้ใหญ่ - 1,590 เยน / เด็ก - 800 เยน ติดต่อสอบถาม : JR East Tokyo Metro   นักท่องเที่ยวที่มีสิทธิ : นักท่องเที่ยวต่างชาติ ระยะเวลาที่ใช้ได้ : ตลอดปี ประเภทของส่วนลด : 1. ชุดบัตรของผู้โดยสาร ประกอบด้วย บัตรโดยสาร Skyliner เที่ยวเดียวหรือแบบไปกลับและบัตรรถไฟใต้ดินโตเกียวแบบ 1 ถึง 3 วันกรุงโตเกียว ราคาบัตร Skyliner แบบเที่ยวเดียว และรถไฟใต้ดินโตเกียวแบบ 1 วัน ผู้ใหญ่ : 2,800 เยน / เด็ก : 1,400 เยน Skyliner แบบเที่ยวเดียว และรถไฟใต้ดินโตเกียวแบบ 2 วัน ผู้ใหญ่ : 3,200 เยน / เด็ก : 1,600 เยน Skyliner แบบเที่ยวเดียว และรถไฟใต้ดินโตเกียวแบบ 3 วัน ผู้ใหญ่ : 3,500

เที่ยวเกาหลีเองได้ง่าย ๆ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันเหล่านี้ติดเครื่องไว้ เกาหลี เป็นประเทศที่ฟังก์ชันการทำงานของ Google Maps ไม่สมบูรณ์ มีข้อมูลน้อยมากด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย จึงทำให้การค้นหาสถานที่ ร้านค้าบางแห่ง ไม่มีข้อมูลหรือไม่อัพเดตเลย ดังนั้นควรใช้แอปของเกาหลีเองจะดีที่สุดในการค้นหาสถานที่และการเดินทางต่าง ๆ ในเกาหลี   1. Subway แอปพลิเคชั่นแรกที่จะแนะนำคือ แอปแนะนำเส้นทางรถไฟทั้งบนดินใต้ดินในโซล ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าค่อนข้างจะขึ้นชื่อในเรื่องของความสลับซับซ้อน มีสถานีนู่นนี่นั่นมากมาย ซึ่งแอปแนะนำการเดินทางด้วยรถไฟตัวนี้ ได้รวมข้อมูลของเส้นทางรถไฟทุกสายในโซลไว้ภายในแอป วิธีการใช้หลัก ๆ เลยก็คือให้เพื่อนๆเลือกสถานี ต้นทาง-ปลายทาง แล้วแอปก็จะคำนวณเส้นทางที่ดีที่สุด ระยะทางสั้นที่สุด หรือเปลี่ยนสายน้อยที่สุดมาให้ แถมมีบอกเวลารถออก เวลาที่ใช้ในการเดินทาง จำนวนสถานี และคำนวณค่าโดยสารให้ด้วย ทำให้วางแผนเที่ยวได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนไปเที่ยวนอกโซล ก็ไม่ต้องห่วง เพราะแอป Subway เค้ามีแผนที่รถไฟในเมืองใหญ่ ๆ เช่น ปูซาน แดกู แดจอน และกวางจูให้ด้วย   2. KakaoMap KakaoMap ก็คือแอป Google Map ดี ๆ นั่นเองค่ะ แล้ว KakaoMap ดีกว่ายังไง? แอปนี้จะมีข้อมูลที่อัพเดทกว่า ถูกต้องกว่า และละเอียดกว่า ร้านไหนปิดทำการไปแล้ว หรือประตูทางออกรถไฟอยู่ตรงไหน แม้แต่เส้นทางเดินเล็ก ๆ ในตรอกซอกซอย เจ้าแอปนี้ก็จะบอกหมดเลย (กระซิบเบา ๆ ว่าร้านรวงเด็ด ๆ ในโซลก็ชอบไปอยู่ตามตรอกซอกซอยนี่แหล่ะค่ะ) ซึ่งแอปนี้ค่อนข้างแม่นยำกว่า Google Map พอสมควรเลยทีเดียว   3. Naver Map ใครที่ไม่สามารถใช้ Google Map ในประเทศเกาหลีได้ บอกเลยว่าโหลดแอปเที่ยวเกาหลีอันนี้ไว้เลยค่ะ เพราะมันเป็นแอปแผนที่ช่วยบอกทางว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ฟังก์ชั่นการใช้งานคล้ายคลึงกันกับ Google Map ทุกอย่าง บอกว่าจากที่ที่เรายืนไปถึงจุดหมายใช้เวลากี่นาที และไปอย่างไรได้บ้าง สามารถเสิร์ชโดยการใช้ภาษาอังกฤษได้ ถือว่าสะดวกสบายมากเลยค่ะ   4. KakaoMetro เนื่องจากประเทศเกาหลีส่วนใหญ่จะใช้การเดินทางโดยรถบัสและรถไฟฟ้า เลยอยากแนะนำแอปเที่ยวเกาหลีอย่าง KakaoMetro ซึ่งจะบอกเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าในประเทศเกาหลีทั้งหมด และยังบอกได้ว่าจากที่ที่เราอยู่ไปถึงจุดหมายปลายทางนั้นใช้เวลากี่นาที นอกจากนี้ยังมีบอกแลนด์มาร์คสำคัญ ๆ ให้แวะเที่ยวอีกด้วย   5. Visit Korea แอปพลิเคเดินทางชั้นนำช่วยให้ผู้เดินทางสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายขึ้น พร้อมด้วยเนื้อหาและอินเทอร์เฟซที่ ปรับปรุงใหม่จะทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยวในสมาร์ทโฟนระหว่างการเดินทาง ที่สามารถแนะนำสถานที่เที่ยวทั้งหมดใน เกาหลี นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น “Travel Planner” ซึ่งเพิ่งเปิดตัวด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นที่ใช้งานง่ายซึ่งช่วยให้สามารถวาง แผนการท่องเที่ยวได้ เส้นทางที่แนะนำและเส้นทางที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว     Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018