Facebook Page

Follow Instagram

justletmego2018@gmail.com

Advertising

  สายประหยัดมาทางนี้!! วันนี้แอดมีเทคนิคจองที่พักยังไงให้ได้ราคาถูกมาบอก OTAs : Online Travel Agency เป็นตัวกลางที่ให้ข้อมูลเรื่องบริการที่พัก ตั๋วเครื่องบิน บริการท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งที่เราจะรู้จักกันดีอย่าง Agoda.com, Expedia.com, TripAdvisor.com เป็นต้น   การเปรียบเทียบราคาที่พักบนเว็บหลักหลาย ๆ เว็บจะทำให้เรามีสิทธิ์เลือกที่พักมากขึ้นเพราะแต่ละเว็บจะมีส่วนลดมาในช่วงต่าง ๆ ที่บางเว็บอาจลด แต่บางเว็บยังขายที่พักราคาปกติ หลังจากที่เปรียบเทียบในเว็บแล้วก็อย่าลืมเปรียบเทียบในแอพพลิเคชั่นบนมือถือด้วย เช่น ถ้าเราเลือกจะจองที่พักกับอะโกด้าเราก็ต้องหาส่วนลดและดูโปรโมชั่นทั้ง 2 ช่องทาง เพราะบางทีในเว็บหรือในแอลพลิเคชั่นอาจไม่ได้รับการอัพเดตทำให้เราพลาดส่วนลดหรือโปรโมชั่นดี ๆ ไป   Agoda จะมีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank และ TMB ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และแต่ละเดือนให้ส่วนลดแต่ละประเทศไม่เท่ากัน จะมีลด 8% แค่บางประเทศของแต่ละบัตร ส่วนโรงแรมในไทยลดเพิ่ม 6% ทุกบัตรเครดิต บัตรเครดิต Krungsri : ลด 8% สำหรับโรงแรมในประเทศอังกฤษ และ ยุโรป ประเทศอื่นๆ ลดเพิ่ม 6% บัตรเครดิต SCB : ตลด 8% สำหรับโรงแรมในประเทศไต้หวัน ประเทศอื่นๆ ลดเพิ่ม 6% บัตรเครดิต TMB : ลด 8% สำหรับโรงแรมในประเทศเกาหลี ประเทศอื่นๆ ลดเพิ่ม 6% บัตรเครดิต Bangkok Bank : ลด 8% สำหรับโรงแรมในประเทศไต้หวัน | ประเทศอื่นๆ ลดเพิ่ม 6% บัตรเครดิต KBANK : ลด 8% สำหรับโรงแรมในประเทศไทย ประเทศอื่นๆ ลดเพิ่ม 6% บัตรเครดิต Citibank : ลด 8% สำหรับโรงแรมในประเทศอเมริกา ประเทศอื่นๆ ลดเพิ่ม 6% บัตรเครดิต KTC : ลด 8% สำหรับโรงแรมในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ประเทศอื่นๆ ลดเพิ่ม 6% บัตรเครดิต UOB : ลด8% สำหรับโรงแรมในประเทศฮ่องกง จีน และ มาเก๊า ประเทศอื่นๆ ลดเพิ่ม 6% ข้อมูลจาก : www.hashcorner.com   การเลือกวันเดินทางดีๆจะช่วยให้เราประหยัดเงินและเอาไปใช้อย่างอื่นได้มากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นการเลือกวันจองที่พักก็เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้เราได้ที่พักราคาถูก เช่น การไปเที่ยวนิวยอร์คหรือโรมในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมจะประหยัดค่าห้องพักได้ถึง 40% ถ้าอยากพักโรงแรมในอิสตันบูลราคาถูกลง 25% ก็ต้องไปช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคม เป็นต้น   โฮสเทล คือทางเลือกในการจองที่พักที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการหาที่พักแบบประหยัด เพราะโฮลเทลคือการอยู่แบบบริการตัวเองไม่มีเซอร์วิสแบบโรงแรมที่เราเคยใช้และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการหาเพื่อนใหม่ เปลี่ยนบรรยากาศในการนอน โฮลเทลจะมีราคาต่างกันไปตามสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้อง บางที่เริ่มต้นเพียงคืนละ

การเดินทางในต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ รถยนต์เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เราไปถึงจุดหมาย วันนี้เราเลือกมาแนะวิธีการเช่ารถยนต์ที่ประเทศญี่ปุ่นว่าต้องใช้เอกสารใดบ้าง คุณสมบัติผู้เช่า และสิ่งที่ควรปฏิบัติตาม รวมไปถึง แนะบริษัทเช่ารถยนต์ราคาถูกทิ้งท้ายไว้ด้วยค่ะ   ขั้นตอนแรกผู้ที่สามารถเช่ารถยนต์ได้นั้นต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป ในประเทศญี่ปุ่นผู้ที่สามารถทำใบอนุญาตขับขี่ได้นั้นต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปค่ะ ผู้ที่สามารถเช่ารถยนต์ได้ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุ+พาสสปอร์ต ใบอนุญาตขับขี่ที่สามารถใช้ได้ ญี่ปุ่นต้องมี 1 ใน 3 ข้อดังต่อไปนี้ ใบขับขี่ของประเทศญี่ปุ่น (สำหรับผู้ที่อาศัยในญี่ปุ่น) ใบอนุญาตขับขี่สากล (จะต้องทำที่ประเทศของตนเองก่อนมาญี่ปุ่น ที่ไทยก็ทำที่ขนส่งทางบกจ้า) ใบขับขี่ที่มีคำแปลภาษาญี่ปุ่น (ในกรณีที่เป็นใบขับขี่ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, ไต้หวัน, เบลเยี่ยม, สโลวาเนีย และโมนาโค)   วิธีการเช่ารถยนต์ รถเช่าที่ประเทศญี่ปุ่นมีหลายเจ้าให้เลือกเช่าค่ะ ส่วนมากจะเช่ารถยนต์ผ่านเว็บไซต์กัน ราคาเช่าเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 8,000-10,000 เยนค่ะราคาก็ขึ้นอยู่กับจำนวนที่เราได้เช่าค่ะ แนะนำว่าต้องเช่ารถยนต์ผ่านเว็บไซต์ 2-3 วัน ถึง 1 สัปดาห์ ก่อนไปรับรถที่บริษัทเช่ารถยนต์ค่ะ วันที่เริ่มเช่ารถ/คืนรถ ชนิดของรถ เช่าแล้วคืนที่สาขาอื่นหรือนำกลับมาคืน การเพิ่ม Option GPS หรือบัตร ETC (บัตรสำหรับทางด่วน)   มารยาทในการขับรถบนถนนประเทศญี่ปุ่น ในประเทศญี่ปุ่นพวงมาลัยจะอยู่ด้านขวามือ และขับเลนซ้าย ภายในรถยนต์ที่เช่าจะมีระบบนำทางหรือ GPS เป็นภาษาอังกฤษ เกาหลี และจีน ค่ะ ไม่มีภาษาไทยนะคะ ในกรณีนี้จะอยู่ในแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากค่ะ สำหรับใครที่เช่ารถยนต์ในช่วงที่มีหิมะ ต้องล็อคโซ่รถด้วยค่ะ ป้องกันรถถไล ความเร็วในการวิ่งบนทางด่วนคือ 100km/ชั่วโมง การจ่ายเงินบนททางด่วนมี 2 รูปแบบคือ จ่ายแบบไม่ต้องจอดรถ ซึ่งจะมีบัตร ETC ตัดเงินผ่านบัตรเครดิต กับ จ่ายช่องทั่วไป ซึ่งต้องจอดรถจ่ายค่ะ ETC เหมาะสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลานาน เพราะต้องใช้เวลาทำบัตร 2 สัปดาห์ สำหรับใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นระยะสั้นต้องเข้าช่องทั่วไป เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ห้ามจอดรถตามข้างทางหรือริมถนน ต้องจอดในสถานที่ให้จอด บางสถานที่ต้องได้จ่ายค่าจอดรถด้วยนะคะ   ข้อปฏิบัติตามขั้นพื้นฐานขณะเช่ารถยนต์ ที่ผู้เช่าจำเป็นต้องรู้ ก่อนส่งรถเช่าคืนบริษัท ผู้เช่ารถยนต์ต้องเติมน้ำมันรถที่เช่ามานั้นให้เต็มถังเสียก่อน แต่ถ้าหากไม่ได้เติมมา จากร้านเช่าจะคำนวณค่าน้ำมันก็คือคิดเงินเราเพิ่ม ซึ่งจะมีราคาที่แพงกว่าเราเติมน้ำมันเต็มถังซะอีก รถยนต์ที่เช่านั้นส่วนมากจะบวกค่าประกันอุบัติเหตุเข้าไปแล้ว หากไม่แน่ใจโทรสอบถามบริษัทที่คุณเช่ารถยนต์ก็ได้ค่ะ   บริษัทเช่ารถยนต์ ราคาถูกในประเทศญี่ปุ่น จองรถยนต์บริษัทToyota https://is.gd/dh4P9p จองรถยนต์บริษัท nissan ** ราคาขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเทศกาล https://is.gd/aubdZx   บริษัทเช่ารถยนต์ ราคาถูกในประเทศญี่ปุ่น จองรถยนต์บริษัท timescar https://is.gd/2buNhN จองรถยนต์บริษัท Nippon ** ราคาขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเทศกาล https://is.gd/pHigLQ   ขอบคุณข้อมูลจาก : https://matcha-jp.com allabout-japan.com     Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018  

ไปเที่ยวเกาหลีกินอะไรดี ?? ใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวเกาหลีแต่ยังรู้ว่าจะไปกินอะไรดี วันนี้แอดรวบรวมร้านอาหารเกาหลียอดฮิตตามรีวิว ที่ไม่ว่าใครไปเที่ยวเกาหลีก็ต้องไปลอง มาไว้ให้ในโพสนี้แล้ววววว เพราะเรื่องอาหารก็เป็นอะไรที่ห้ามพลาดเด็ดขาด! มาตามไปตระเวนกินกันเล๊ยยย!   1. ปลาหมึกผัดเผ็ด "จะลืมรีวิวร้านนี้ไม่ได้เด็ดขาด "ปลาหมึกผัดเผ็ด" ร้านอยู่ใกล้ซุปกิมจิ 7 นาที เราสั่งปลาหมึก+กุ้ง+3ชั้น ตกคนล้ะ 13,000 วอนต่อคน พอถึงตอนใกล้หมด เขาก็จะเอาข้าวมาผัดให้พร้อมกับใส่ไข่กุ้งลงไปอีก 3 ทัพพี(อันนี้ฟรี) ไข่กุ้งจะเยอะพอ ๆ กับข้าวแบบนี้ไม่ได้นะ เพราะมันจะอร่อยมากกก 😂😂😂" 📌 พิกัด : เซิทว่า hong’s jjukkumi ใน map ได้เลย อยู่ข้างร้านหมูย่าง 24 ชม. ขอขอบคุณข้อมูลจาก : @ArmyOfSeokJin   2. บุฟเฟต์ปูดอง กุ้งดอง "ใครบอกเดินแป๊บเดียว ไม่จริงว้อยยย เดินเกือบโล จนปวดตีน 🦀 ชื่อร้าน 홍익게장 อยู่แถวฮงแดเป็นบุฟเฟ่ต์ปูดอง เรากินแบบ 19,000 ₩ มีปูดอง ปูหมัก กุ้งดอง ก็อร่อยดี ถ้าพกน้ำจิ้มซีฟู๊ดไปด้วยคงฟินกว่านี้ นี่ชอบปูหมักแบบสีแดง ๆ แต่กินแล้วเลอะเทอะมาก แผนที่ข้างล่างนะ" 📌 พิกัด : ออกจากสถานี hongik univ. ทางออก 1 เดินตรงไปเลย จนเจอ 4 แยกใหญ่ ให้ข้ามถนนตรงข้างหน้าเรา แล้วเลี้ยวขวายาว ๆ ไปเลยจ้า 760 m หน้าร้านจะมีรูปปูดองอยู่ แต่ถ้าสังเกตไกล ๆ จะเห็นปั๊มน้ำมันตรงข้ามร้าน ขอขอบคุณข้อมูลจาก : @_dailyPP   3. บุฟเฟ่หมูสามชั้นย่าง "ใครมาฮงแดหิว ๆ แนะนำร้านนี้ 꽃돼지갤러리 บุฟเฟ่หมูสามชั้นย่าง, สามชั้นชิ้นบาง ข้าวโพดชีสไม่อั้น คนละ 12,900 วอน" 📌 พิกัด : ชื่อร้าน 꽃돼지갤러리 อยู่สถานี hongik univ. ทางออก 9 ขอขอบคุณข้อมูลจาก : @VREKX_X   4. ไส้ย่าง "ใครที่ดู Let's eat 3 ต้องน้ำลายหกไปตามๆกันเมื่อเจอไส้ย่างรสเด็ดที่ 마포 곱창타운 mapo kobchang town ที่ย่างหอม ๆ มีทั้งลำไส้ใหญ่ย่างและลำไส้เล็กย่าง เริ่มที่ 11,000 วอน" 📌 พิกัด : อยู่ฮงแด นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 2 สีเขียว ลงสถานี Hongik Univ. ทางออกที่ 6 ขอขอบคุณข้อมูลจาก : @NAMSAN_MAI   5. จาจังมยอน ทังซูยุก มันดูทอด "ร้าน Hongkong 0410 จาจังมยอน ทังซูยุก มันดูทอด อาหารจีนที่คนเกามากินเยอะ จาจังจืดไปหน่อย

ช่วงปลายปีแบบนี้ใครๆก็กำลังหาที่เที่ยว วันนี้แอดเลยเอาที่พักแบบโฮสเทลมาไว้เป็นไอเดียดีๆไว้ให้ได้ลองไปพักกัน.. ราคาที่พักเริ่มต้นที่ 200 บาทแต่ที่พักเริ่ดมากกกกก   Stockhome Hostel Ayutthaya - อยุธยา เตียงสองชั้นในห้องพักรวมชายหญิง = 200-270 บาท/คืน ห้องมาตรฐานเตียงแฝด 2 เตียงเดี่ยว = 670 บาท/คืน ห้องมาตรฐานเตียงควีนไซส์ 2 เตียงเดี่ยว = 670 บาท/คืน ที่อยู่ : 6/15 ถนนนเรศวร อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา โทร : 092-835-0035   Fulfill Phuket Hostel - ภูเก็ต - เตียงสองชั้นในห้องพักรวมชายหญิง 4 เตียง = 300-350 บาท/คืน - ห้องเตียงแฝด (ใช้ห้องน้ำส่วนกลาง) 2 เตียงเดี่ยว = 650 บาท/คืน ที่อยู่ : 73/4 ถนนรัษฏา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง ภูเก็ต โทร : 076-210364-5   Mellow Fellow Hostel - กรุงเทพฯ เตียงสองชั้นในห้องพักรวมชายหญิง 8 เตียง = 300-350 บาท/คืน ที่อยู่ : 692/55 ซอยพญานาค ถนนพญาไท กรุงเทพ โทร : 081 949 6565   Happynest Hostel - เชียงราย เตียงสองชั้นในห้องพักรวมชายหญิง 6 เตียง = 450 บาท/คืน ที่อยู่ : 931 ถ.พหลโยธิน ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย โทร : 053-715-031   SLEEP CUBE Khon Kaen - ขอนแก่น เตียงสองชั้นสำหรับครอบครัว 4 คน = 500 บาท/คืน ที่อยู่ : 124/65 หมู่14 ถ.อดุลยาราม ในเมือง เมือง ขอนแก่น โทร : 099 619 2242   The Pause Hostel Nimman17 - เชียงใหม่ เตียงสองชั้นในห้องพักรวมชายหญิง แบบ 8 เตียง = 400 บาท/คืน เตียงเดี่ยวในห้องพักรวมหญิง/ชาย แบบ 6 เตียง = 430 บาท/คืน เตียงสองชั้นในห้องพักรวมชายหญิง แบบ 4 เตียง = 450 บาท/คืน ที่อยู่ : 10/6 ถนน นิมมานเหมินท์ ซอย 17 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าหนึ่งในสถานที่ฉลองปีใหม่ที่นับว่าเป็นไฮไลท์ และต้องมาเช็คอินให้ได้สักครั้งก็คือ ประเทศญี่ปุ่น ใช่แล้วค่ะ! ประเทศที่เต็มไปด้วยเรื่องราว วัฒนธรรมเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์แห่งนี้ ช่วงเทศกาลปีใหม่ของเขาก็มีประเพณีและกิจกรรมเฉพาะต่าง ๆ รวมถึงความเชื่อ ที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นเช่นกัน ใครมีแพลนไป ทัวร์ญี่ปุ่น วันปีใหม่ และอยากดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง วันนี้ มัชรูมทราเวล มี 7 สิ่งที่ต้องห้ามพลาดเมื่อไป เที่ยวญี่ปุ่นช่วงปีใหม่ มาฝาก จะมีอะไรบ้าง ไปชมกันค่ะ!   1. ถุงโชคดี เริ่มต้นกันที่สิ่งที่ขาช้อปทั้งหลายไม่ควรพลาดเมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่นช่วงปีใหม่ ไม่มีการช้อปใดจะน่าตื่นเต้นและวัดดวงได้ดีไปกว่าการช้อปชุดของขวัญราคาพิเศษช่วงปีใหม่ ที่เรียกกันว่า ถุงโชคดี (Lucky Bag) หรือ ฟุคุบุคุโระ (福袋) อีกแล้ว นั่นก็เพราะการช้อปเจ้าถุงโชคดีเนี่ย เราจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าถุงมีอะไรอยู่บ้าง จะถูกใจเราทั้งหมดหรือเปล่า เป็นการวัดดวงล้วน ๆ เลยค่ะ ซึ่งสิ่งที่อยู่ด้านนั้นจะเป็นสินค้าจากปีที่ผ่านมา ทางร้านจะมาจับรวมลงถุงแล้วขายในราคาเดียวกันทุกถุง โชคดีหน่อยก็อาจจะได้สินค้าที่มูลค่าสูงกว่าถุงด้วยนะ สิ่งที่เราทำได้ก็มีเพียงแค่เลือกแบรนด์ดี ๆ ที่ถูกใจและราคาที่จะจ่ายเท่านั้นเอง ส่วนใหญ่แบรนด์ต่าง ๆ จะเปิดเผยราคาถุงโชคดีพร้อมกับรายละเอียดสินค้าข้างในนิด ๆ หน่อย ๆ มาให้เราพิจารณาหรือสั่งจองกันก่อนในช่วงปลายปี และจะเริ่มวางจำหน่ายจริงๆ ประมาณวันที่ 1-2 มกราคมของทุกปี ซึ่งก็มีแทบทุกแบรนด์เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Adidas Originals, SKII, Starbucks, Muji, Disney หรือ Apple ใครจะไปแนะนำว่าให้หาข้อมูลแบรนด์และชุดของขวัญที่อยากได้ก่อนไปนะคะ จะได้ไม่เสียเวลาและไม่พลาดของที่อยากได้ เพราะขอบอกเลยว่าเจ้าถุงโชคดีเนี่ยหมดเร็วมากจริง ๆ ใครไป ทัวร์ญี่ปุ่น วันปีใหม่ ไปช้อปสนุกๆ กันได้เลยค่ะ   2. โอเซจิเรียวริ ทัวร์ญี่ปุ่น ฉลองปีใหม่ทั้งที สิ่งหนึ่งที่ต้องห้ามพลาดในวันแรกของปีก็คือการรับประทานอาหารชุด โอเซจิเรียวริ (おせち料理) เป็นมื้อแรกร่วมกับครอบครัว เพื่อความเป็นสิริมงคลตามธรรมเนียมญี่ปุ่น โดยอาหารชุดนี้จะมีลักษณะคล้าย ๆ กับกล่องเบนโตะ เรียงซ้อนกัน 3-4 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นก็จะประกอบด้วยอาหารญี่ปุ่นนานาชนิด เช่น ไข่ม้วน, ส้มจี๊ดญี่ปุ่น, สาหร่ายคอมบุ, ไข่ปลาแฮร์ริง, คามาโบโกะ, กุ้งมังกรย่าง, ถั่วดำ, ผักดอง, และของหวานต่าง ๆ ที่มีชื่อความหมายดี ๆ สามารถหาซื้อได้ทั่วไปและมีให้เลือกหลายราคา ตั้งแต่ชุดละ 10,000 เยน ไปจนถึง 100,000 เยนเลย ใครมาเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปีใหม่อย่าลืมชิมกันนะ เริ่มต้นปีใหม่ด้วยชุดอาหารมงคลมื้อแรกของปีกับครอบครัวและคนรัก แล้วจะได้โชคดีตลอดปีกันทุกคนเลยค่ะ   3. ทานโซบะข้ามปี ทัคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า การทานโซบะข้ามปีในช่วงปีใหม่ เป็นการอวยพรให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาวเหมือนเส้นโซบะ ประเพณีนี้เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ เรียกว่า Toshikoshi Soba โดยจะเริ่มทานกันตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนหลังได้ยินเสียงระฆังขึ้นปีใหม่จากทางวัด จะเป็นโซบะร้อนหรือโซบะเย็นก็ได้ค่ะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องทานให้หมดชาม ห้ามมีอะไรหลงเหลืออยู่เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นความโชคดีอาจกลายเป็นโชคร้ายตลอดปีก็ได้   4. เขย่าระฆังปีใหม่ที่วัด ทุก ๆ คืนของวันที่ 31 ธันวาคม วัดต่างๆ ในญี่ปุ่นจะมีพิธีชำระล้าง โดยการตีระฆังจำนวน 108 ครั้ง เพื่อขับไล่สิ่งไม่ดีต่างๆ และเตรียมตัวต้อนรับปีใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีแล้ว คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะนิยมเดินทางมาเคาะระฆังที่วัด เพื่อความเป็นสิริมงคลและโชคลาภ

เมื่อไปต่างประเทศแน่นอนว่า เราต้องเตรียมสัมภาระติดตัวไปไม่มากก็น้อย แต่มีของบางชิ้นที่เราจะไม่สามารถนำติดตัวไปสถานที่เที่ยวได้ เพราะจะหนักและพะลุงพะลังเกินไป เช่นเมื่อเช็คเอ้าออกจากโรงแรม ยังไม่ถึงเวลาของไฟท์บิน จำเป็นต้องหาสถานที่รับฝากของที่มั่นใจได้ และนี่คือ 5 สถานที่รับฝากของ ที่ปลอดภัยอย่างแน่นอนค่ะ   เริ่มกันที่ 1 สนามบินนานาชาติฮ่องกง ที่ฝากสัมภาระอยู่ที่ อาคาร 2 ชั้น 3 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 05.30 น. ถึง 01:30 น. สัมภาระน้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม ขนาดไม่เกิน 199 ซม. รายชั่วโมง : ชั่วโมงละ 12 HK$ รายวัน : วันละ 120 HK$   สถานีรถไฟ ใช้บริการได้ 2 สถานี คือ สถานี MTR : Hong Kong Airport Express (แถว Central) เคาน์เตอร์บริการ ชั้น G (In town-Check in Hall) ทางออก B สถานี MTR : Kowloon Airport Express (แถว Tsim Sha Tsui) เคาน์เตอร์บริการ ชั้น G (In town-Check in Hall) ปลายสุดทาง West Kowloon เวลาทำการ 6 : 00 น. - 1:00 น. ทุกวัน อัตราค่าบริการ 3 ชั่วโมง 45 HK$ อัตราค่าบริการ 3-24 ชั่วโมง 60 HK$ อัตราค่าบริการ 24 ชั่วโมง ขึ้นไป 90 HK$ ขนาดมาตรฐานขนาด: 85 ซม. x 85 ซม. x29 ซม. น้ำหนักไม่เกิน : 30 กิโลกรัม จ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น   Macau Ferry Terminal (ท่าเรือข้ามฟากฮ่องกงมาเก๊า) , Sheung Wan, เกาะฮ่องกง Shun tak Center ชั้น G / Shop G02 บริการเช็คอินผู้โดยสารแต่ละคนสามารถพกพาสัมภาระติดตัวได้ไม่เกิน 20 กก. (ชั้นประหยัด) / น้ำหนัก 30 กก. (Super Class) และขนาด 600 x 200 มม. x

ใครที่กำลังจะไปเที่ยวไต้หวันมามุงทางนี้จ้า วันนี้แอดรวบรวมของกินเด็ด ๆ ที่คนเที่ยวไต้หวันต้องไปลองมาไว้ที่นี่แล้ว ร้านไหนเด็ด ร้านไหนดังให้เราได้ไปเช็คอินกันบ้างอยู่ที่โพสนี้เลย   ชีสเค้กอร่อย ๆ ของร้าน Uncle Tetsu ราคา : ก้อนละ TWD 200 หรือประมาณ 213 บาท พิกัด : No. 3, Beiping W Rd การเดินทาง : MRT Taipei Main Station ภาพสวย ๆ จาก instagram : uncletetsutw   ชาบูหม้อไฟหม่าล่าแซ่บ ๆ ในย่านซีเหมินติง ราคา : ก่อนเที่ยงคนละ TWD 498 = 533 บาท ช่วงเย็นคนละ TWD 598 = 640 บาท พิกัด : No.62, Xining S. Rd, Wanhua Dist Taipei 108 การเดินทาง : MRT Ximen , Exit 6 ภาพสวย ๆ จาก instagram : misscan2, annie2371406, janet_lo104   บิงซูเกล็ดหิมะและเมนูของหวานหลากรสที่ร้าน สมูทตี้เฮ้าส์ ราคา : ถ้วยละ TWD 200 หรือประมาณ 213 บาท พิกัด : No.15, Yongkang St., Da’an Dist., Taipei 10650 การเดินทาง : MRT Dongmen, Exit 5 ภาพสวย ๆ จาก instagram : cravenightstar, pmpunzalan, edjiunary, junim3938, fengoo   เฉินซันติ่ง ร้านชานมไต้หวันเจ้าดังย่านกงตวน ดังชนิดที่ว่าถ้าไปช่วงพีคไทม์ต้องต่อแถวรอซื้อยาวเลยทีเดียว ราคา : แก้วละ TWD 35 ประมาณ 38 บาท พิกัด : No. 9, Songshou Rd., Xinyi Dist, Shinkong Mitsukoshi A9, Taipei การเดินทาง : MRT Gongguan, Exit 2 ภาพสวย ๆ จาก instagram : zoey.txy, wei_wei_812, khanhhyenhz   เสี่ยวหลงเปา ซาลาเปา และอาหารจีนอร่อย ๆ ราคา : คนละประมาณ TWD 300 =

แนะนำบัตรรถไฟฟ้าและบัตรรถบัส เส้นทางสำคัญในประเทศญี่ปุ่น พร้อมระบุส่วนลดของแต่ละบัตรพร้อมราคาไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับนักท่องเที่ยวได้ส่วนลดทุกบัตรจ้า ส่วนลดและราคาบัตร ระบุไว้ที่คำบรรยายข้างภาพ นักท่องเที่ยวที่มีสิทธิ : นักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวภายในประเทศที่อาศัยอยู่นอกโตเกียว, Kanagawa, Saitama, Chiba, Ibaraki, Tochigi, GunmaและYamanashi ระยะเวลาที่ใช้ได้ : ตลอดปี ประเภทของส่วนลด : 1. ได้ไม่จำกัด 1 ถึง 3 วันต่อเนื่องกัน บนสายรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro และ Toei ราคาบัตร : (บัตรแบบ 1 วัน) ผู้ใหญ่ : 800 เยน / เด็ก : 400 เยน (บัตรแบบ 2 วัน) ผู้ใหญ่ : 1,200 เยน / เด็ก : 600 เยน (บัตรแบบ 3 วัน) ผู้ใหญ่ : 1,500 เยน / เด็ก : 750 เยน ติดต่อสอบถาม Tokyo Metro   นักท่องเที่ยวที่มีสิทธิ : นักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้ที่พำนักในญี่ปุ่น ระยะเวลาที่ใช้ได้ : ตลอดปี ประเภทของส่วนลด : 1. ใช้ได้ไม่จำกัด 1 วันกับรถไฟ JR และรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro ภายในเมืองโตเกียว รวมถึงรถไฟใต้ดิน รถราง และรถบัสที่ดำเนินงานโดยรัฐบาลกรุงโตเกียว ราคาบัตร : ผู้ใหญ่ - 1,590 เยน / เด็ก - 800 เยน ติดต่อสอบถาม : JR East Tokyo Metro   นักท่องเที่ยวที่มีสิทธิ : นักท่องเที่ยวต่างชาติ ระยะเวลาที่ใช้ได้ : ตลอดปี ประเภทของส่วนลด : 1. ชุดบัตรของผู้โดยสาร ประกอบด้วย บัตรโดยสาร Skyliner เที่ยวเดียวหรือแบบไปกลับและบัตรรถไฟใต้ดินโตเกียวแบบ 1 ถึง 3 วันกรุงโตเกียว ราคาบัตร Skyliner แบบเที่ยวเดียว และรถไฟใต้ดินโตเกียวแบบ 1 วัน ผู้ใหญ่ : 2,800 เยน / เด็ก : 1,400 เยน Skyliner แบบเที่ยวเดียว และรถไฟใต้ดินโตเกียวแบบ 2 วัน ผู้ใหญ่ : 3,200 เยน / เด็ก : 1,600 เยน Skyliner แบบเที่ยวเดียว และรถไฟใต้ดินโตเกียวแบบ 3 วัน ผู้ใหญ่ : 3,500

เที่ยวเกาหลีเองได้ง่าย ๆ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันเหล่านี้ติดเครื่องไว้ เกาหลี เป็นประเทศที่ฟังก์ชันการทำงานของ Google Maps ไม่สมบูรณ์ มีข้อมูลน้อยมากด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย จึงทำให้การค้นหาสถานที่ ร้านค้าบางแห่ง ไม่มีข้อมูลหรือไม่อัพเดตเลย ดังนั้นควรใช้แอปของเกาหลีเองจะดีที่สุดในการค้นหาสถานที่และการเดินทางต่าง ๆ ในเกาหลี   1. Subway แอปพลิเคชั่นแรกที่จะแนะนำคือ แอปแนะนำเส้นทางรถไฟทั้งบนดินใต้ดินในโซล ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าค่อนข้างจะขึ้นชื่อในเรื่องของความสลับซับซ้อน มีสถานีนู่นนี่นั่นมากมาย ซึ่งแอปแนะนำการเดินทางด้วยรถไฟตัวนี้ ได้รวมข้อมูลของเส้นทางรถไฟทุกสายในโซลไว้ภายในแอป วิธีการใช้หลัก ๆ เลยก็คือให้เพื่อนๆเลือกสถานี ต้นทาง-ปลายทาง แล้วแอปก็จะคำนวณเส้นทางที่ดีที่สุด ระยะทางสั้นที่สุด หรือเปลี่ยนสายน้อยที่สุดมาให้ แถมมีบอกเวลารถออก เวลาที่ใช้ในการเดินทาง จำนวนสถานี และคำนวณค่าโดยสารให้ด้วย ทำให้วางแผนเที่ยวได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนไปเที่ยวนอกโซล ก็ไม่ต้องห่วง เพราะแอป Subway เค้ามีแผนที่รถไฟในเมืองใหญ่ ๆ เช่น ปูซาน แดกู แดจอน และกวางจูให้ด้วย   2. KakaoMap KakaoMap ก็คือแอป Google Map ดี ๆ นั่นเองค่ะ แล้ว KakaoMap ดีกว่ายังไง? แอปนี้จะมีข้อมูลที่อัพเดทกว่า ถูกต้องกว่า และละเอียดกว่า ร้านไหนปิดทำการไปแล้ว หรือประตูทางออกรถไฟอยู่ตรงไหน แม้แต่เส้นทางเดินเล็ก ๆ ในตรอกซอกซอย เจ้าแอปนี้ก็จะบอกหมดเลย (กระซิบเบา ๆ ว่าร้านรวงเด็ด ๆ ในโซลก็ชอบไปอยู่ตามตรอกซอกซอยนี่แหล่ะค่ะ) ซึ่งแอปนี้ค่อนข้างแม่นยำกว่า Google Map พอสมควรเลยทีเดียว   3. Naver Map ใครที่ไม่สามารถใช้ Google Map ในประเทศเกาหลีได้ บอกเลยว่าโหลดแอปเที่ยวเกาหลีอันนี้ไว้เลยค่ะ เพราะมันเป็นแอปแผนที่ช่วยบอกทางว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ฟังก์ชั่นการใช้งานคล้ายคลึงกันกับ Google Map ทุกอย่าง บอกว่าจากที่ที่เรายืนไปถึงจุดหมายใช้เวลากี่นาที และไปอย่างไรได้บ้าง สามารถเสิร์ชโดยการใช้ภาษาอังกฤษได้ ถือว่าสะดวกสบายมากเลยค่ะ   4. KakaoMetro เนื่องจากประเทศเกาหลีส่วนใหญ่จะใช้การเดินทางโดยรถบัสและรถไฟฟ้า เลยอยากแนะนำแอปเที่ยวเกาหลีอย่าง KakaoMetro ซึ่งจะบอกเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าในประเทศเกาหลีทั้งหมด และยังบอกได้ว่าจากที่ที่เราอยู่ไปถึงจุดหมายปลายทางนั้นใช้เวลากี่นาที นอกจากนี้ยังมีบอกแลนด์มาร์คสำคัญ ๆ ให้แวะเที่ยวอีกด้วย   5. Visit Korea แอปพลิเคเดินทางชั้นนำช่วยให้ผู้เดินทางสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายขึ้น พร้อมด้วยเนื้อหาและอินเทอร์เฟซที่ ปรับปรุงใหม่จะทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยวในสมาร์ทโฟนระหว่างการเดินทาง ที่สามารถแนะนำสถานที่เที่ยวทั้งหมดใน เกาหลี นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น “Travel Planner” ซึ่งเพิ่งเปิดตัวด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นที่ใช้งานง่ายซึ่งช่วยให้สามารถวาง แผนการท่องเที่ยวได้ เส้นทางที่แนะนำและเส้นทางที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว     Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018

10 สถานที่ ขอพรก่อนสิ้นปี หวังอะไรต้องไปให้ถูกที่นะคะ   ด้านโชคลาภและการเสี่ยงโชค "หลวงพ่อปากแดง" วัดพราหมณี จ.นครนายก สักการะด้วย : กล้วยน้ำว้าดิบ หมากพลู พวงมาลัย น้ำแดง(สำคัญมาก)   ด้านชื่อเสียงและความสำเร็จ "พระพิฆเนศ" เซ็นทรัลเวิร์ล ถนนราชประสงค์ กรุงเทพ สักการะด้วย : ผลไม้ ขนมหวาน   ด้านความรักและคู่ครอง "พระตรีมูรติ" เซ็นทรัลเวิร์ล ถนนราชประสงค์ กรุงเทพ สักการะด้วย : ธุปแดง 9 ดอก เทียนแดง 1 คู่ ดอกกุหลาบแดง 9 ดอก ผลไม้สีแดง น้ำอ้อย นมสด และงดเว้นอาหารคาว   ด้านการเดินทางและการเรียน "พระรูปกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย)" หน้าวิทยาเขตพณิชยการพระนคร กรุงเทพ สักการะ : ธูป 9 หรือ 19 ดอก เทียน 1 คู่ ดอกกุหลาบแดงเท่ากับจำนวนธูปที่ไหว้   ด้านการเรียน ทหาร ตำรวจ หรืออาชีพข้าราชการ "พระบรมรูปทรงม้า (ในหลวง ร.5)" พระที่นั่งอนันตสมาคม กรุงเทพฯ สักการะด้วย : ธูปครั้งแรก 16 ครั้ง ต่อไป 9 ดอก ดอกกุหลาบสีชมพู น้ำมะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำหว้า ทองหยิบ บรั่นดี ข้าวคลุกกะปิ    ด้านการค้าขายและธุรกิจ "พระพรหมเอราวัณ" หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ กรุงเทพ สักการะด้วย : ธูป 12 ดอก เทียน 1 เล่ม พวงมาลัยดอกดาวเรือง 4 พวง และต้องไหว้ให้ครบทั้ง 4 ด้าน   ด้านการมีบุตรและโรคภัยไข้เจ็บ "หลวงพ่อโสธรี" วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา สักการะด้วย : ธูป 16 ดอก เทียน 1 เล่ม พวงมาลัย   ด้านสุขภาพ อำนาจ วาสนาและบารมี "พระแม่มหาอุมาเทวี" วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก) กรุงเทพฯ สักการะด้วย : พวงมาลัยดาวเรืองหรือดอกกล้วยไม้ ดอกกุหลาบ มะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำว้า และเครื่องมังสวิรัติ   ด้านความมั่นคงในหน้าที่การงาน "ศาลหลักเมือง" สนามหลวง ข้างพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพ สักการะด้วย : ดอกบัว ธูป เทียน ผ้าแพร 3 สี   ด้านคดีความ "ศาลเจ้าพ่อ" ถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า กรุงเทพ สักการะด้วย : ธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ พวงมาลัย 1 พวง หมูสามชั้น ไข่สด และข้าวเหนียวหวาน     Facebook : ไม่อยากเที่ยว ก็ต้องเที่ยว Instagram : @justletmego2018